เหยียดไม่ได้ตั้งใจ หรือแค่ความเคยชิน

คำพูดที่ออกมาจากปากของมนุษย์ มักเป็นสิ่งที่บอกตัวตนนิสัยใจคอ ความรู้สึกนึกคิดและประสบการณ์การใช้ชีวิต การสื่อสารเป็นสิ่งที่ทรงพลัง ด้วยคำพูดบางคำพูดสามารถเปลี่ยนโลกได้ สิ่งที่ดีกว่านั้นสามารถเปลี่ยนชีวิตใครบางคนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ แต่ในอีกแง่มุมก็สามารถเปลี่ยนเป็นบาดแผลช้ำทางใจ เบาสุดก็แค่เจ็บใจ แต่ที่หนักสุดคำพูดก็สามารถฆ่าคนได้เหมือนกัน หลายครั้งคำบางคำที่เอ่ยปากออกไปไปดูถูกหรือทำร้ายจิตใจใครโดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า 

“กะเทยทุกคนเป็นคนตลก” “ถ้าลดความอ้วนจะสวยมากเลย” 

“เอาเงินมาจากไหนมากมายมาซื้อของเนี่ย” “เรียนมหาลัยฯ…มันอยู่ส่วนไหนของประเทศอ่ะ”

 “คนต่างจังหวัด คงได้ใช้ชีวิตพอเพียงใกล้ชิดธรรมชาติ” 

“เธอดูสวยกว่า คนผิวดำคนอื่นๆ”

ซึ่งคำพูดพวกนี้เรียกว่า Microaggression  หรือ ‘ความรุนแรงเล็กๆ’ Derald Wing Sue นักจิตวิทยา ให้ความหมายว่า การพูดคุยหรือการแสดงออกทั่วไปในชีวิตประจำวัน ที่ส่งสารออกไปทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอับอายหรือเสื่อมเสีย มักเป็นกิริยาที่ผู้ส่งสารไม่ได้ตั้งใจที่จะเหยียด มักเกิดขึ้นโดยที่ฝ่ายที่เหยียดก็ไม่ได้รู้ตัว ซึ่ง Microaggression อธิบายง่ายๆ ได้ว่าเป็นการเหยียดโดยไม่ได้ตั้งใจ

หรือพูดคำที่เหยียดไปตรงๆ  “อ้วนเป็นหมูแล้ว” “อ้วน ดำ อ้วน ดำ” “ดำขึ้นหรือเปล่า ?” 

“มีปัญญามาที่แบบนี้ด้วยเหรอ ?” “เด็กบ้านนอก” “สายเหลือง”

แม้จะเหยียดโดยไม่ตั้งใจหรือเหยียดกันตรงๆ เมื่อคนที่ถูกเหยียดรู้สึกไม่ดีกับคำพูดนั้น คนที่เหยียดแค่อ้างว่าหยอกหรือแซวเล่น ให้ไม่เอาเรื่องเอาความและอาจให้ความรู้สึกสบายใจของคนที่พูดเอง บางทีคำพูดที่หยอกเล่นมันจะเป็นการเหยียดที่พูดจนชินไปแล้วของสังคมไทย ไม่เว้นแม้แต่ญี่ปุ่นสถิติการกลั่นแกล้งในญี่ปุ่น 50% – 70% เป็นการกลั่นแกล้งด้วยคำพูด เยาะเย้ย ถากถาง และดูถูก 

จากกรณีอย่างพล่ากุ้ง วรชาติ ธรรมวิจินต์ กับ โยชิ รินรดา ธุระพันธ์ ไปออกรายการร่วมกันเจอมุกของพล่ากุ้ง “ฟ้าเหลืองที่เมืองทอง” เหมือนเป็นการเหยียดเพศที่ 3 จนเกิดแฮทแท็ก #Saveyoshi ชาวเน็ตออกมาปกป้องโยชิและวิพากษ์วิจารณ์ถึงมุกตลกว่าไม่เหมาะสมของพล่ากุ้ง ทางด้านโยชิให้การสัมภาษณ์กับสื่อว่า “เวลาออกรายการย่อมมีเหตุการณ์แซว “สายเหลือง” เจอบ่อยจนมันชิน มันก็รู้สึกกับคำพูดและตกใจ แต่แค่ยิ้มรับว่าเราไม่ได้เล่นนะ” ผู้เขียนให้ความคิดเห็นว่าพล่ากุ้งอาจไม่ได้ตั้งใจ กระทำโดยพูดจาไม่มีเจตนาร้าย แต่ด้วยตัวของพล่ากุ้งเอง เวลาออกรายการทีวีหรืออื่นๆ ต้องมีมุกเล่นกันให้ความสนุกสนานแค่นั้นเอง

การที่เราไปเหยียดคนอื่นล้วนมีเหตุผลในการเหยียด มันทำให้เราแสดงออกถึงความเหนือกว่าการที่คนเราต้องการเหนือกว่าคนอื่น อาจเป็นเพราะต้องการลบจุดด้อยของตนเอง ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการป้องกันตนเองทางจิตใจของมนุษย์ที่เรียกว่า Compensation ก็เป็นไปได้ อีกอย่างเหยียดเพื่อให้คนถูกเหยียดรู้สึกอับอาย หรืออื่นๆ สุดท้ายเหยียดโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะถูกสิ่งเร้าจากภายนอก เช่น ครอบครัว เพื่อน สังคมออนไลน์ แม้กระทั่งสื่อมวลชน ขัดเกลาจนเกิดความเคยชินหรือสนุกปาก

จึงเห็นได้ว่าคนในสังคมยังแยกไม่ออกเลยว่า อันไหนหยอกหรืออันไหนเหยียด คำพูดเหยียดมันฝังถึงรากเหง้า ถูกขัดเกลาจากสิ่งเร้าภายนอก มันยากจะจะแก้ไขเพราะคำพูดเป็นพื้นฐานของการสื่อสาร แต่แก้ไขได้เริ่มจากสถานบันครอบครัว สอนให้เห็นถึงความแตกต่างและมนุษย์มีหลายเชื่อชาติ หลากชาติพันธุ์ รวมไปถึงรูปร่างที่ไม่เหมือนกัน 

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สถานที่ใดการเหยียดมันเข้าไปอยู่ทุกอณู หนังสือพิมพ์สื่อมวลชนอยากเห็นคำพูดที่เหยียดน้อยลง ลดการฆ่าตัวตายจากการกลั่นแกล้ง คิดว่าทำได้หรือเปล่า?ถ้าคุณไม่พูดเหยียดใครหนึ่งวัน

 

อ้างอิง

https://storylog.co/story/5638adc7990575e37fb9764c

https://mover.in.th/m-article/people-discrimination/ 

https://thematter.co/thinkers/microaggressions/39996

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: