การศึกษา

สาธิต มมส. สอนหลักสูตรความหลากหลายทางเพศ แจงไม่ได้ชี้นำเด็ก

Shared Link WEP 001

โรงเรียนสาธิตมหาสารคาม ฝ่ายมัธยม ได้ทำการเปิดสอนหลักสูตรความหลากหลายทางเพศ                    ตามกระทรวงศึกษาธิการ ตามที่บรรจุหลักสูตรเข้าเมื่อปีกลางปี 62  ที่ผ่านมา เพื่อมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศแก่นักเรียน แนะว่า ไม่ได้ชี้นำเด็กในเรื่องของเพศ 

อาจารย์วันเฉลิม เชื้อคงนาค อาจารย์ผู้สอนในรายวิชาสุขศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า แผนการสอนที่อยู่ในชีวิตและครอบครัว มันเป็นหน่วยๆ หนึ่งในชีวิต ครอบครัวการใช้ชีวิตในสังคม    ในชุมชน ต้องมีการวางแผนการสอนโดยทั่วๆ ไปตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาที่เขาให้มา โดยส่วนตัว    ที่โรงเรียนจะไม่ได้สอนตามหนังสือกระทรวงศึกษาทั้งหมด โดยใช้หลักสูตรของแกนกลางเป็นหลักก็จริง    แต่จะเนื้อหาที่สอดคล้องเพิ่มเติมมากกว่าที่อื่น คือเรื่องสุขภาวะทางเพศ  พัฒนาการทางเพศ                  ภาวะการตั้งครรภ์ในวัยเรียน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเพศ

สะท้อนให้เห็นถึงว่า ปัจจุบันเรื่องเพศมีเข้ามาเป็นอันดับต้นๆ ทั่วโลก ตามเพศสภาพระบุเป็นแค่เพศชาย    และหญิง แต่นั่นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสองเพศการที่เยาวชนจะเข้าใจเรื่องเพศสภาพ โดยมีผลตั้งแต่การเรียนรู้ และการสร้างความเข้าใจตั้งแต่สถาบันครอบจนถึงสถานบันการศึกษา ที่ช่วยสร้างความตระหนัก                  ให้แก่นักเรียนและเยาวชน

“ตอนนี้ความหลากหลายทางเพศมีเยอะ แต่ถามว่าในโรงเรียนเรามีไหม มี แต่คำว่ามีในที่นี้มีแล้วมันเกี่ยวโยงกับเรื่องของหลักสูตรที่เขาผลักดันหรือที่กำลังรณรงค์ให้มันเกิดขึ้นในโรงเรียนให้มันมีได้จริง ถามว่าดีไหม มันดีนะ เพราะว่ามันจะทำให้เด็กได้รับรู้ถึงความตระหนักถึงความหลากหลาย โดยที่ได้รับรู้จากผู้สอนโดยตรง แน่นอนเวลาเราสอนอะไรไปเขาจะรับรู้ซึมซับในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งถามว่าก่อนจะใส่หลักสูตรนี้เข้าไปในโรงเรียน ในตัวผู้สอนเองเข้าใจดีแล้วหรือยังกับคำว่าความหลากหลายทางเพศมันถึงจะสามารถเอาไปถ่ายทอดให้นักเรียนเข้าใจ” 

ทว่าการมีหลักสูตรนี้เข้ามาเพิ่มเติมจากอดีตแต่หากสอนให้กับเด็กที่ยังไม่สามารถเข้าใจและตระหนักในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างแน่ชัด สิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็อาจไม่เหมาะสมในช่วงอายุที่ควร หรือไม่ก็เกิดโทษในด้านของ      การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ แล้วหลักสูตรนี้เหมาะสมแค่ไหนแก่เยาวชนที่ได้เรียน 

อาจารย์วันเฉลิม ยังกล่าวอีกว่า ถามว่าเหมาะสมหรือไม่นั้น ควรดีกว่าจะเหมาะสมมากน้อยเพียงใด            เพรายังไม่สามารถตอบได้ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม แต่ถามว่าควรมีไหม คิดว่าควรมี แล้วก็ควรมีจุดที่เขาสามารถรับรู้ได้และเข้าใจ สมมติว่าเอาเนื้อหาหลักสูตรนี้ไปใส่ในช่วงวัยที่เด็กจนเกินไป โดยส่วนตัวคิดว่า    ยังไม่น่าจะเข้าถึงได้ แต่ว่าบางคนอาจจะมองควรจะต้องมีใส่ ย้อนกลับไปคือจริงๆ แล้วเนื้อหาของความหลากหลายทางเพศมันจะอยู่ในเนื้อหาตอน ม.1 หลักสูตรที่อาจารย์สอนแต่ว่าบางคนจะมองว่าควรจะไปสอนเด็กที่เล็กกว่านั้นไหม เพราะว่า ม.1 อาจจะช้าไปกับการที่เขาจะมารับรู้ตอนนี้ บางทีเด็กก็จะเห็น              ความแตกต่าง ความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ประถม ก็ยังเห็นว่าควรจะมีเพราะโรงเรียนก็เหมือนเป็นสังคมจำลองของการใช้ชีวิต โดยเฉพาะสังคมมัธยมมันก็จะสามารถเป็นการจำลองการใช้ชีวิตกับการพบเจอกับคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ก็ถ้าเขาอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายทางเพศและเขาเรียนรู้เข้าใจและก็มีทัศนคติที่ดีมันก็สามารถอยู่กันได้ 

ทั้งนี้ ข้อเสียอาจเป็นการชี้นำในความหมายนี้หรือไม่นั้น ถ้าผลเชิงลบกับบางคนที่คิดว่าหลักสูตร              ความหลากหลายทางเพศอาจเป็นการชี้นำให้เด็กเป็นมากขึ้น  ในทางอาจารย์กล่าวต่อว่า ไม่น่าจะเป็นคำว่าผลกระทบ เพราะไม่ได้เป็นการชี้นำ จริงๆ แล้วเรื่องของความหลากหลายทางเพศมีมานานแล้ว                  สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่ไม่ได้มีความแพร่หลายในวงกว้าง เชื่อว่าเรื่องเหล่านี้เป็นบรรทัดฐานที่ทำให้เด็กเข้าใจและยอมรับถึงความหลากหลายทางเพศมากขึ้น เด็กกล้าแสดงออกมากขึ้น 

“เพราะลักษณะของเด็กที่เป็นลักษณะมีความหลากหลายทางเพศเหล่านี้ เขาจะมีทักษะความสามารถเฉพาะ ถ้าเกิดว่าเรายอมรับเขา ไม่รังเกียจ จะทำให้เขากล้าที่จะเปิดเผยตัวตนของตัวเอง ทำให้เขากล้าแสดงออกมา เราจะเห็นถึงศักยภาพเขา เวลาทำงานอาร์ต งานด้านลักษณะทั่ว ๆ ไปเด็กกลุ่มนี้มีศักยภาพในการทำงานตัวนี้ได้ค่อนข้างดี ถามว่าในโรงเรียนมีเด็กกลุ่มนี้เยอะไหม เยอะ มีทั้งกลุ่มกล้าแสดงออกและไม่เปิดเผยที่บ้าน และยังมีอีกกลุ่มที่กล้าแสดงออกเฉพาะที่โรงเรียน แต่ก็ยังถูกปิดกั้นด้วยครอบครัวไม่กล้าเปิดเผยตัวตนเด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่ครอบครัวจะต้องยอมรับ ถ้าครอบครัวเปิดใจยอมรับ จะทำให้เขาไม่เกิดการถูกตัดเพราะบางทีเขาอยู่โรงเรียนจะพูด หนูอย่างนั้น หนูอย่างนี้ แต่พอกลับไปบ้านพูด ครับ คือบางทีเด็กที่อยู่ในลักษณะนี้มักเปิดตัวตนของตนไม่สุด คล้าย ๆ ว่ามีอะไรมากั้นทำให้เขาไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ เพราะสังคมที่บ้านปิดกั้น เนื่องมาจากความคาดหวังว่า คุณต้องได้ลูกชายลูกสาวตามเพศสภาพ” 

ทางด้านนายธีรวัจน์ ตันทะศิลป์ นักเรียนชั้น ม.3 กล่าวว่า ในห้องของตนก็มีบุคคลที่เป็น LGBT เราก็เข้าใจเขามากขึ้น เพราะแต่ละคนแสดงออกมาไม่เหมือนกัน บางคนแสดงออกมาชัด บางคนจะเงียบ ๆ                  แต่เราก็ดูออก แต่ไม่ได้รังเกียจหรืออะไร แต่มันทำให้เข้าใจเพศสภาพของเขามากขึ้น 

ส่วนด้าน นายวัชรากร แก้วบุดดา นักเรียนชั้น ม.5 กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้เรียนในรายวิชานี้อย่างจริงจัง              มีในบางครั้งที่ครูซอดแทรกเนื้อหานี้เข้ามา แต่เพราะเนื่องด้วยหลักสูตรพึ่งเข้ามาใหม่ แต่สำหรับหลักสูตรนี้สำคัญมาก  ๆ ต่อคนในยุคนี้รวมถึงอนาคต เพราะความหลากหลายทาง หรือบุคคลที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศมีจำนวนเยอะมากขึ้น จะทำให้คนอื่นสามารถเข้าใจ รวมถึงวิธีปฎิตนต่อเพื่อน หรือบุคคลที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศ

หมวดหมู่:การศึกษา, สังคม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.