ข่าวว

นักกฎหมายยันการถ่ายคลิปหรือถ่ายภาพนิ่งเด็กเผยแพร่ลงสื่อต่าง ๆ ถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก

ภาพปก

อาจารย์ชาคริต ขันนาโพธิ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้ข้อมูลว่า ในกรณีที่พ่อแม่เอาคลิปหรือภาพนิ่งเด็กไปเผยแพร่ได้ เพราะเขามีอำนาจไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าหากบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเอาภาพหรือวิดีโอของเด็กไปลงเผยแพร่สู่สาธารณะทั้งที่ไม่มีอำนาจถือว่าผิดกฎหมายเต็ม ๆ  ยกตัวอย่าง    เช่น พ่อแม่เอาไปเผยแพร่ด้วยเจตนาดีจะเอาไปสอนคนอื่นว่าอย่าทำตาม อันนี้เขามีเจตนาที่ไม่ได้ให้ร้ายหรือ Bully เด็กไม่เป็นไร แต่ถ้าเพื่อนหรือคนไม่รู้จักนำไปเผยแพร่ โดยมีเจตนาร้ายถือว่ามีความผิด                  เราเรียกว่าความผิดฐานละเมิดแล้วก็หมิ่นประมาท 

คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ทราบในเรื่องของข้อกฎหมายในการละเมิดสิทธิเด็ก

นางพิฐชญาณ์ ธนาวุฒิธีรวงศ์  อายุ 42 ปี อาชีพค้าขาย สถานภาพแต่งงานแล้ว มีบุตร 2 คน ให้ข้อมูลว่า    เมื่อได้ดูคลิปหรือภาพนิ่งเด็กที่แชร์ผ่านกันต่อ ๆ มารู้สึกมีความสุข เพราะเด็ก ๆ มีความน่ารัก สดใส              ไร้เดียงสา ไม่ทราบเลยค่ะ ว่าหากแชร์ต่อจะไปละเมิดสิทธิของเด็กคนนั้น 

 

และนางสาวศศิธร ทอนมาตร อายุ 29 ปี ตำแหน่งว่างงาน สถานภาพโสด  ให้ข้อมูลว่า ตนเองนั้นก็ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายการละเมิดสิทธิเด็ก การดูคลิปหรือภาพนิ่งที่คนอื่นแชร์ต่อ ๆ กันมาให้ความเพลิดเพลินในการดูคลิปอาจจะเป็นคลิปตลกหรือความน่ารักของเด็ก เวลาได้ดูแล้วเหมือนเป็นการผ่อนคลาย ลดการตึงเคียดในเวลาทำงาน เพราะทำให้ยิ้มได้ การแก้ไขปัญหาถ้าเป็นบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักอาจจะเลี่ยง      การถ่ายคลิป แต่ถ้าถ่ายภาพนิ่งอาจจะพิจารณา แล้วแต่จะเห็นสมควรและความเหมาะสม ปัญหานี้อาจจะแก้ ที่ต้นเหตุ คือ ที่เกิดขึ้นจากผู้ปกครองของเด็ก ที่ถ่ายคลิป/ภาพ ลงโซเชียลเอง 

เพราะยังไม่เห็นถึงภัยที่จะตามมาถึงอันตรายรวมไปถึงเหตุการลักพาตัวเด็กจากการอัพภาพลูกลงโซเชียลได้

 

ในทางกฎหมายมีการลงโทษบุคคลที่กระทำความผิดฐานละเมิดสิทธิเด็ก 

เช่น ในกรณีเด็กที่โดนครูถ่ายคลิปลงสะกดคำผิด การลงโทษแบบนี้ถ้าพูดถึงโทษเลยนะคือ 

1 เป็นความผิดทางวินัยที่ครูทำแบบนี้ไม่ได้ ก็คือโดนไล่ออก

2 ความผิดทางแพ่ง เรียกค่าเสียหายได้ หรือเรียกว่าการฟ้องคดีละเมิดชื่อเสียง พ่อแม่สามารถฟ้องร้อง      เอาเงินได้ เขาเรียกว่าค่าสินหมายทดแทนเพื่อละเมิด

3 ผิดอาญา คือความผิดฐานหมิ่นประมาท ทำให้เด็กเสื่อมเสียชื่อเสียงและทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย 

หากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังอาจจะไม่เกิดการละเมิดสิทธิเด็กได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีตัวอย่างที่จะสามารถเป็นบทเรื่องได้ รัฐบาลก็ยังไม่มีการทำอะไรที่มันเป็นเรื่องแบบนี้ได้เลย อาจจะมีในกรณีที่เรียกร้องหรือฟ้องร้องกันแต่ก็จบโดยการจ่ายค่าเสียหาย ในความเป็นจริงรัฐบาลต้องทำให้ดูว่ากรณีแบบนี้จะมีการลงโทษหนักจึงจะกลายเป็นว่าบุคคลอื่นจะได้ไม่ทำตาม มันก็จะเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันไป              อาจารย์ชาคริต ขันนาโพธิ์กล่าวทิ้งท้าย

ยกตัวอย่างกรณีที่ครูผู้สอนถ่ายคลิปตอนกำลังสอนเด็กนักเรียนสะกดคำและอ่านออกเสียง ซึ่งเด็กนักเรียน ดังกล่าวได้ออกเสียงผิดจากตัวที่สะกด ครูผู้สอนจึงนำคลิปวิดีโอนี้มาเผยแพร่ลงในโซเชียล                        ซึ่งมีกระแสตอบรับเป็นอย่างมาก ทั้งการกดไลก์กดแชร์คอมเม้นต์ เป็นที่นิยมในสื่อโชเซียลอยู่พักใหญ่      หากมองในมุมของบุคคลอื่นอาจจะรับชมด้วยความตลก น่ารักความสดใสของเด็ก แต่หากมุมในมุมของเด็กเมื่อเขาโตขึ้นมาแล้วเห็นคลิปตัวเองจะมีความรู้สึกอย่างไร ประเด็นนี้มองได้ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กในอนาคตและครอบครัวของเด็กผู้เสียหายนี้ได้ 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.