ประชาสัมพันธ์

เทศบาลฯเผยคัดแยกขยะ สามารถลดขยะ 20 ตันต่อวัน

PHOTO WEP 001

เทศบาลเมืองมหาสารคาม เผยว่าการคัดแยกขยะสามารถลดขยะประมาณ 20 ตันต่อวัน ปริมาณขยะ        ทางเทศบาลเมืองมหาสารคามปัจจุบันอยู่ที่ 45 ตันต่อวัน หากไม่มีการคัดแยกจะอยู่ที่ประมาณ 60 –70 ตันต่อวัน ด้านนักวิชาการด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมแนะควรปลูกฝังการจัดการขยะ โดยการพัฒนาอย่างยั่งยืน  ให้ความรู้ร่วมด้วยกับการปฏิบัติจริง

 

นางสาววิราวรรณ ทองขัน วิศวกรสุขาภิบาลปฏิบัติการงานกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สำนักการช่าง เทศบาลเมืองมหาสารคาม เปิดเผยว่า บ่อขยะเทศบาลเมืองมหาสารคาม เป็นสถานที่ปลายทางรองรับขยะ ปริมาณขยะที่สะสมคร่าว ๆ 3 – 4 แสนตัน ระบบกำจัดขยะของเทศบาลเมืองจะเป็นแบบ Sanitary Landfill คือ การฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลการรับขยะจากต้นทาง จังหวัดมหาสารคามแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม (Cluster) เทศบาลเมืองจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม Cluster ประกอบด้วย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอแกดำอำเภอกันทรวิชัย และ 11 หน่วยงาน ซึ่งไม่ใช่องค์กรปกครองท้องถิ่นทั้งหมด                          จะมีหน่วยงานราชการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และมีเอกชนร่วมด้วย

 

นางสาววิราวรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันขยะเข้ามาที่บ่อขยะ 81 ตันต่อวัน ข้อมูลล่าสุดจากเดือนสิงหาคม        พื้นที่นอกเมืองมหาสารคามจะอยู่ที่ 45 ตันต่อวัน ขยะของมหาวิทยาลัยมหาสารคามอยู่ที่ 2.5 ตันต่อวัน      ส่วนของขยะตำบลท่าขอนยางอยู่ที่ 10 ตันต่อวันและขยะของตำบลขามเรียงจะอยู่ที่ 5.4 ตันต่อวัน              ถ้าเป็นขยะของเทศบาลเมืองเองจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากจะอยู่ที่ปริมาณเท่าเดิม 40 – 45 ตันต่อวัน แต่ในปี 2558 จะมีปริมาณขยะ 100 ตันต่อวัน รับขยะมา 15 หน่วยงาน ปริมาณขยะจะเพิ่มตามหน่วยงานที่รับเข้ามา          ในบ่อขยะส่วนมากจะเป็นขยะอินทรีย์และขยะพลาสติก

 

นางสาววิราวรรณ กล่าวต่อว่า แหล่งกำเนิดขยะมูลฝอยสถานที่หลัก ๆ มาจากหอพักและร้านอาหาร            ส่วนต้นทางจะแบ่งการจัดการขยะออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่ 1. ขยะมูลฝอยทั่วไปใส่ถุงดำและเอาไปทิ้ง            ที่บ่อขยะหนองปลิง 2. ขยะอันตราย จะมีจุดรวบรวมที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด อบจ.เทศบาล                  จะเป็นผู้รวบรวมเพื่อจ้างบริษัทนำไปกำจัด 3. ขยะรีไซเคิล จะมีธนาคารขยะในโรงเรียน รับบริจาคแลกไข่  เป็นโครงการที่สาธารณสุขทำ และสุดท้ายขยะมูลฝอยอินทรีย์ พวกเศษอาหารตามครัวเรือน                        ทำเป็นอาหารสัตว์และไบโอแก๊ส

 

ฝังกลบก่อนฤดูฝนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาของบ่อขยะ

นางสาววิราวรรณ กล่าวเกี่ยวกับการบริหารจัดการบ่อขยะ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านชุมชนใกล้เคียง “ตามหลักวิชาการการฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาลต้องฝังกลบขยะให้แล้วเสร็จวันต่อวัน  มีขยะปริมาณเท่าใดในวันนั้นต้องฝังกลบให้หมด ขยะที่มีปริมาณมากจึงไม่สามารถที่จะฝังกลบได้ภายใน  หนึ่งวัน ปัญหาการบริหารจัดการของบ่อขยะที่พบมีเรื่องของน้ำชะขยะ การส่งกลิ่นเหม็น และเรื่องของแมลง อย่างเช่นแมลงวันซึ่งเป็นพาหะนำโรค ทางเทศบาลเมืองสารคามพยายามฝังกลบให้แล้วเสร็จก่อนเข้าฤดูฝน”

 

นางสาววิราวรรณ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของระบบบำบัดน้ำเสียจะมีน้ำที่ออกจากขยะเข้าไปในบ่อบำบัดน้ำเสียทางเทศบาลจึงพยายามวางแผนไม่ให้น้ำจากขยะออกไปนอกพื้นที่หรือให้ออกไปน้อยที่สุด โดยไม่ให้เป็นน้ำชะแต่ให้เป็นน้ำฝนแทน โดยวิธีขุดร่องรอบบ่อ และมีเครื่องสูบน้ำเข้า แต่อาจจะแก้ไขไม่ได้ 100%

“ปัจจุบันบ่อขยะของเทศบาลสามารถรองรับได้ 2 – 3 ปีเทศบาลจึงวางแผนทำโครงการที่นำขยะมูลฝอยมาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหาขยะล้นบ่อซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ เป็นพื้นที่ของเอกชนอยู่ถัดจากบ่อขยะไปอีกซึ่งโครงการนี้ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว มีสัญญา 25 ปี” นางสาววิราวรรณ กล่าว

 

นโยบาย “แยกก่อนทิ้ง”

นโยบายการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ พ.ศ. 2559 – 2564 โดยได้มอบนโยบายให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เพื่อขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยให้เกิดรูปธรรม กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำแผนปฏิบัติการ 60 วัน 

“แยกก่อนทิ้ง” ซึ่งมีเป้าหมายดังนี้ 

  1.   ประชาชนรับรู้และเกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะในครัวเรือนด้วยการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง
  2.   หมู่บ้าน/ชุมชนมีการจัดการขยะอินทรีย์ การจัดการขยะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ขยะอันตรายและ      การคัดแยกขยะตามประเภทอย่างถูกต้องตามแนวทางที่กำหนด
  3.   องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งมีการจัดทำสัญลักษณ์แยกตามประเภทตามแนวทางที่กำหนด
  4.   องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการจัดทำถังขยะแยกประเภทในพื้นที่สาธารณะอย่างน้อย 2 ประเภท

ได้แก่ ขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิล ตามแนวทางที่กำหนด

  1.   องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งมีประกาศกำหนดวัน เวลาในการเก็บขนขยะแยกตามประเภทตามแนวทางที่กำหนด
  2.   ทุกอำเภอมีข้อสรุปการรวมกลุ่มพื้นที่ (Cluster)และมีข้อสรุปในการกำหนดวิธีการกำจัดขยะในแต่ละกลุ่มพื้นที่ (Cluster) ภายในเวลาที่กำหนด

อ้างอิงจาก หนังสือกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๐.๕/ว ๗๒๖๑

 

นางสาววิราวรรณกล่าวว่า เรื่องการคัดแยกขยะก่อนทิ้งต้องทำตั้งแต่ต้นทาง พอถึงปลายทางคือสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลเทศบาลเมืองมหาสารคาม ขยะเข้ามาถึงปลายทางทุกสิ่งทุกอย่างมาเทกองรวมกัน ในส่วนของสำนักการช่างถ้าเข้ามาในบ่อคือฝังกลบอย่างเดียว ถ้าคัดแยกต้องคัดแยกตั้งแต่ต้นทางมา

 

นางสาววิราวรรณ เปิดเผยถึงภาพรวมของการจัดการขยะมูลฝอยต้นทางว่า พอมีการคัดแยกขยะสามารถลดขยะได้ประมาณ 20 ตันต่อวัน ซึ่งปริมาณขยะทางเทศบาลเมืองสารคามปัจจุบันอยู่ที่ 45 ตันต่อวัน หากไม่มีการคัดแยกจะอยู่ที่ประมาณ 60 –70 ตันต่อวัน ขยะอินทรีย์ที่คัดแยกได้ 62%  ยังไม่แยกขยะตามครัวเรือน 38% สถิติปริมาณขยะอันตรายตั้งแต่ปี 2557 – 2561 อยู่ที่ประมาณ 1000 กิโลกรัมต่อปี 

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เดือนเด่น นาคสีหราช นักวิชาการด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นผู้วิจัยศึกษาปัญหาของขยะ กล่าวถึงประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ขยะว่า ปัญหาขยะที่เพิ่มมากขึ้น มันเกิดจากวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมเมือง แล้วการเพิ่มขึ้นของประชากรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการบริโภคของคนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบปริมาณขยะระหว่างปี 2560 กับ ปี 2561 ไม่ได้ลดลงเลยแต่มีปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น ปริมาณของขยะปี 2560 อยู่ที่ 1.64 ล้านตันส่วนปี 2561 ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นเป็น 27.8 ล้านตัน

 

    ดร.เดือนเด่น กล่าวว่าประเทศไทยกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการขยะ อาจจะไม่มีกฎหมายที่ชัดเจน แต่กฎหมายมันจะมีการแทรกซึมอยู่ตามลักษณะกฎหมายทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่ได้มีการเฉพาะเจาะจงตามหลักการในส่วนของมาตรการทางกฎหมายมันก็จะไปอยู่ในหลายพระราชบัญญัติด้วยกัน เช่นพระราชบัญญัติสาธารณสุขปี 2535 

 

กฎหมายที่บัญญัติโดยตรงในชื่อของการจัดการรักษาความสะอาด จะมีปัญหาในการให้บทบาทหรืออำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจหน้าที่การจัดการขยะไม่

ถือว่าเป็นหน้าที่โดยตรงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่หน้าที่โดยตรงในการจัดการขยะคือส่วนท้องถิ่น

องค์กรปกครองท้องถิ่นต่าง ๆ ดร.เดือนเด่นกล่าว

 

ดร.เดือนเด่น กล่าวถึงประสิทธิภาพของกฎหมาย กฎหมายมันก็ดี ห้ามทิ้งขยะบริเวณนี้มีค่าปรับถ้าทิ้งไม่ถูกที่ อย่าไปโทษกฎหมายเลย แต่อาจารย์ว่าพฤติกรรมของคนแก้ยากเมืองไทยมีกฎหมายหลายฉบับมากมีทั้งเกี่ยวข้องโดยตรงและให้อำนาจหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นหรือว่าพื้นที่ที่จัดการโดยตรง ปัญหาก็คือการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งบังคับใช้ยาก

 

ดร.เดือนเด่นเล่าว่า การปลูกฝังการจัดการขยะของคนญี่ปุ่น ว่าในประเทศญี่ปุ่นการจัดการขยะเริ่มปลูกฝังพลเมืองของเขาตั้งแต่เด็ก โดยใช้ Sustainable Development การพัฒนาอย่างยั่งยืนให้ความรู้ร่วมด้วยกับการปฏิบัติจริง ดังนั้นเด็กจะเกิดทั้งกระบวนการความรู้และทักษะมุมมองให้เด็กรู้จักรักษาสิ่งแวดล้อม

 

ดร.เดือนเด่น เล่าต่อว่า พฤติกรรมของเราไปในทางที่ดีกฎหมายก็ไม่จำเป็น ถ้าเรามีจิตสำนึกก็ไม่ต้องใช้กฎหมาย กฎหมายเอามาใช้เพราะว่าต้องควบคุมพฤติกรรมของประชาชน จึงต้องมีกฎหมายออกมาให้ประชาชนทำตามแต่ของญี่ปุ่นไม่ต้องออกกฎหมาย แค่ส่งโพลล์ให้ตามบ้านว่าขยะชิ้นนี้ทิ้งและล้างอย่างไรระเบียบวินัยตรงนี้สำคัญ 

 

“การคัดแยกที่ไม่มีประสิทธิภาพ เกี่ยวข้องกับการศึกษาบ้านเราไม่ได้ฝึกสอนปฏิบัติในกิจกรรมการคัดแยกขยะโดยตรง แต่ถ้ามีวิชาเกี่ยวกับเรื่องการคัดแยกขยะมาสอนเด็กนักเรียนจะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการจัดการทรัพยากรการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น” ดร.เดือนเด่น กล่าว

 

ตระหนักรู้ ก่อนที่จะสาย

ดร.เดือนเด่น กล่าวว่า ส่วนสำคัญของการจัดการขยะ ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจและที่สำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้โดยรัฐต้องให้ความรู้แก่ประชาชน  เริ่มต้นจริง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาได้งบประมาณมีหน้าที่จัดการโดยตรง ควรให้ความรู้ต่อประชาชนหรือไปตามบ้าน พาเขาคัดแยกขยะเหมือนประเทศญี่ปุ่น ไม่ก็อาจจะมีการจัดการแข่งตำบลใดที่สะอาดที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้ตะหนักถึงการรักษาความสะอาดและการคัดแยกขยะ

 

ดร.เดือนเด่นเล่าว่า ประชาชนยังคิดว่าขยะยังเป็นเรื่องไกลตัวอยู่เพราะตัวเขาเองยังไม่ได้สัมผัสยังไม่ได้รับโทษจริง ๆ แต่มันจะมีพิษภัยอีกมากมาย ที่อยู่ในส่วนของขยะ เช่นอาหารในประเทศไทยพบไมโครพลาสติก เป็นห่วงโซ่อาหารเข้ามาสู่ร่างกายของคนเราแต่ถ้ามีการจัดการขยะที่ดี โดยการคัดแยกขยะร่วมมือกัน ไม่ใช่แค่ภาครัฐ แต่รวมไปถึงภาคประชาชน

 

ด้านนางสาวเบญจมาภรณ์ แซเตีย นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะวิทยาการสารสนเทศ ชั้นปีที่ 1 กล่าวว่า อยากจะช่วยลดปัญหาขยะ โดยการลดการใช้แก้วน้ำพลาสติก เช่นถือแก้วน้ำไปมหาลัยฯ รู้ว่าถือแก้วไปเองมันช่วยลดขยะได้เยอะ แต่เป็นเพราะว่าไม่ชินกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมันเกะกะด้วย

 

อีกด้านตัวแทนของสมาชิก Plogging Mahasarakham มีความตระหนึกถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากตัวเราเอง นางสาวธัญวรัตน์ คนเพียร กล่าวว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายที่ทำให้เกิดมลพิษขยะ ส่วนใหญ่มาจากการใช้พลาสติกและทิ้งขยะไม่ถูกที่ บริเวณทั้งในและนอกของมหาวิทยาลัยมหาสารคามมีขยะค่อนข้างเยอะโดยมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่รักความสะดวกสบาย จนไม่ตระหนักถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น

   

นางสาวธัญวรัตน์ กล่าวถึงวิธีง่าย ๆ ที่นิสิตทุกคนสามารถทำได้จริงและง่าย

“สามารถใช้วัสดุธรรมชาติแทนการใช้พลาสติก ทิ้งขยะให้ถูกที่ รู้จักการคัดแยกขยะ ไม่รับหลอดและถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อ อีกทั้งลดการใช้สิ่งของที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันสิ่งเหล่านี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ถ้าไม่รีบรักษาสิ่งแวดล้อมในวันนี้ หลังจากวันนี้ เราจะต้องสูญเสียสัตว์ต่าง ๆ ไปอีกเท่าไหร่”

   

นายไอรยา คำจันทร์ นิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ชั้นปีที่ 4 ให้ความคิดเห็นการช่วยลดขยะในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม “จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกโดยการพกถุงผ้าและใช้ภาชนะใส่อาหารเวลาไม่ได้ไปกินในร้านสามารถทำได้ถ้าร้านค้าผู้ประกอบการในมหาลัยฯให้ความร่วมมือโดยอาจจะจำหน่ายกล่องใส่อาหารด้วยถ้าใครไม่ได้นำมา ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง zerowasteมันใช้ชีวิตลำบากหน่อยในการพกถุงผ้าและภาชนะแต่มหาวิทยาลัย

เชียงใหม่ทำมาแล้ว”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.