บทความ

E-waste วงจรธุรกิจขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องเฝ้าระวังภัยเงียบ

Shared Link WEP 001 (1).jpg

หลังจากการปรับตัวเข้าสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิตอล ของอุตสาหกรรมสื่อวิทยุโทรทัศน์นั้น ทำให้เกิดความจำเป็นที่ต้องมีการต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์รับสัญญาณเพื่อให้รองรับระบบได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันโทรทัศน์รุ่นเก่าที่ไม่สามารถรองรับสัญญาณดิจิทัลได้ก็ต้องถูกขายทิ้งเป็นขยะไป ซึ่งขยะเหล่านั้นมีมูลค่ามากพอที่จะเป็นอาชีพสำหรับชาวบ้านใน ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย จังหวัด กาฬสินธ์ุ หลังจาตระเวนรับซื้อของเก่าจากทั่วประเทศ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการคัดแยกชิ้นส่วน ทียังมีค่าเพื่อส่งไปขายต่อให้กับโรงงาน ที่รับซื้อชิ้นส่วนของเก่าต่อไป 

 

เมื่อมีการคัดแยก แน่นอนว่าต้องมีชิ้นส่วนที่ไม่มีค่า อย่างเช่นตัวถังตู้เย็น กระจกจอทีวี ใบพัดจากพัดลม      ชิ้นส่วนเหล่านี้จะถูกปล่อยทิ้ง แต่การทิ้งต้องไม่สูญเปล่าเพราะว่า ยังสามารถหา เศษเหล็ก ทองแดง          อลูมิเนียม ชิ้นส่วนพลาสติก และเศษแก้ว ซึ่งเป็นวัสดุรีไซเคิลได้ จึงเป็นที่มาของการเผาขยะเหล่านี้          เพื่อนำทองแดงที่หลงเหลือจากการเผาส่งไปชั่งกิโลขายต่อไป นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการรับจ้าง              เผาทองแดงเพื่อเป็นรายได้ของคนบางกลุ่มในพื้นที่อีกด้วย

 

 จึงทำให้ทาง อบต. โคกสะอาด มีการจัดตั้งบ่อเพื่อการทิ้งขยะ จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ไว้เป็นที่เดียว ในขณะที่ข้อตกลงการใช้บ่อทิ้งขยะของทางตำบล ได้กำหนดเวลาให้ทิ้งขยะในช่วงเวลา 8.00-17.00 นั้นเอง พร้อมกับระบุว่าห้ามมีการเผาขยะในตอนกลางคืน เพื่อจัดระเบียบการทิ้งขยะของคนในตำบล          ทางด้าน นาย เบ็ญ กรวิมล เจ้าหน้าที่ อบต.โคกสะอาดได้เปิดเผยข้อมูลว่า

 

“ แต่ก่อนไม่มีการจัดระเบียบการทิ้งขยะ ทำให้มีการทิ้งขยะตามทุ่งนาที่ไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิความ      เดือดร้อน เลยจัดซื้อที่ดินจำนวน 23ไร่่ให้เป็นที่บ่อขยะเพื่อให้ชาวบ้านได้มีที่ทิ้งขยะ แต่ปัญหาก็ไม่จบ    เพราะมีการเผาทองแดงเกิดขึ้น ส่งกลิ่นเหม็นกรทบต่อชาวบ้านบริเวนโดยรอบ ต่อมาได้ห้ามไม่ให้เผาสายไฟ แต่ก็ไม่สามารถห้ามได้  ยังคงมีการลักลอบเผาในตอนกลางคืน ”

 

ข้อมูลจากงานวิจัยของดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม                  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า “ สารอันตรายที่อยู่ในซากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกเผาเหล่านี้                นอกจากจะอันตรายแล้วยังสร้างความยุ่งยากให้กับการรีไซเคิลอีกด้วย มีงานวิจัยมากมายทีรายงานถึง      ผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการรีไซเคลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่ถูกต้อง เช่น การรื้อแกะตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศโดยไม่มีการดูดเก็บสารทำความเย็นที่อยู่ภายในคอมเพรสเซอร์ออกเสียก่อน ทำให้สารเหล่านั้นซึ่งเป็นสารทำลายโอโซน และก๊าซเรือนกระจกหลุดออกไปในชั้นบรรยากาศ สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก การทุบทำลายจอแก้วซีอาร์ที่มีสารตะกั่วและสารเรืองแสงซึ่งเป็นอันตรายเพื่อ          เอากรอบเหล็กที่อยู่ในจอ การหลอมตะกั่วบัดกรีบนแผงวงจรโดยไม่มีเครื่องป้องกัน หรือการเผาสายไฟและชิ้นส่วนพลาสติกเพื่อนำทองแดงและชิ้นส่วนโลหะอื่นๆที่อยู่ภายในไปขาย ซึ่งทำให้เกิดการปนเปื้อน        ของโลหะหนัก สารหน่วงไฟ ไดออกซินและฟูรัน(สองกลุ่มหลังเป็นสารก่อมะเร็ง) จากควันไฟ และเถ้าตะกอน เป็นต้น ”

 

ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันกำลังเป็นที่จับตามองของสังคมโลก เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับขยะทั่วไปที่มีการผลิตใหม่ ใช้ซ้ำ    หรือทิ้งไป เป็นเหมือนวัฏจักร ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มทยอยเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้นช่วงปี 2560 ทั้งที่    ก่อนหน้านี้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกส่งมาจากยุโรปและอเมริกาจะถูกส่งไปยังประเทศจีน แต่หลังปี 2560 ประเทศจีนปิดกั้นการนำเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ขยะจำนวนมากถูกส่งไปยังประเทศที่ 3 รวมถึงประเทศไทย โดยขยะเหล่านี้ต้นทุนต่ำ เฉลี่ยตันละ 30,000 บาท เพราะแบบนี้จึงเป็นที่มาของการจัดการกับขยะอันตรายเหล่านี้อย่างผิดวิธี ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยของดร.สุจิตรา ที่พูดถึงผลกระทบจากการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างผิดวิธีนี้ว่า “ จากการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพจากการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างไม่ถูกต้องในเมือง Guiyu ประเทศจีน พบว่ากว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มตัวอย่างเด็กในเมือง Guiyu มีปริมาณสารตะกั่วในเลือดสูงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อเลือด 1 ลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่สามารถส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท และการพัฒนาทางสติปัญญาของเด็กได้ ”

 

จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในช่วงปี 2556-2559 ประเทศไทยมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์จากชุมชนโดยเฉลี่ย 380,605 ตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 2.2 ต่อปี ซึ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 64.8 ของปริมาณของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นในชุมชนทั้งหมด

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับชาวบ้านตำบลโนนสะอาดที่ซึ่งเป็นแหล่งคัดแยกและรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์    ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตอนนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบที่กำลังค่อยๆคุกคามพวกเขาเป็นเหมือนภูเขาไฟที่กำลังรอวันปะทุ หากปล่อยให้มีการคัดแยกหรือเผาทำลายขยะอันตรายอย่างผิดวิธีแบบนี้ต่อไป ผลกระทบที่ตามมาคงไม่ใจแค่แสบจมูกหรือเวียนหัว นอกจากผลกระทบต่อร่างกายแล้วยังส่งผลไปถึงระบบนิเวศน์    โดยรอบอีกด้วย 

 

หากมองถึงแนวทางการแก้ปัญหา คงต้องมีการวางแผนการแก้ปัญหาอย่างเข้าใจ ถูกต้อง และสม่ำเมสอ ย้อนกลับมาที่ผู้ผลิตเองก็ควรมีแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการผลิตภัณฑ์ที่มากับสารอันตราย หรือวัสดุที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ง่าย 

 

ขณะที่ข้อมูลจากรายงานของกรมควบคุมมลพิษประจำปี 2561 ระบุว่า 

 

“ ของเสียอันตรายจากชุมชนที่เกิดขึ้นในปี2561 มีปริมาณ 638,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี2560 ร้อยละ 3.2    โดยร้อยละ 65 เป็นซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 414,600 ตัน และ ร้อยละ 35 เป็นของเสียอันตรายจากชุมชนประเภทอื่น ๆเช่น แบตเตอรี่ถ่านไฟฉาย ภาชนะบรรจุสารเคมี กระป๋องสเปรย์จำนวน 223,400 ตัน มีการวางระบบการจัดการของเสียอันตรายจากชุมชน โดยให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีจุดรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชนในหมู่บ้านหรือ ชุมชน และส่งมายังศูนย์รวบรวมของเสียอันตรายในระดับจังหวัด ทำให้ของเสียอันตรายจากชุมชนได้รับ การจัดการอย่างถูกต้องเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 13 หรือประมาณ 83,600 ตัน แต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจาก ยังไม่มีกฎระเบียบที่จะคัดแยกของเสียอันตรายออกจากขยะทั่วไป รวมถึงกฎหมายที่จะนำมากำกับดูแล ให้ภาคเอกชนรับผิดชอบในการจัดการ    ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปี2561 (ร่าง) พระราชบัญญัติการจัดการ        ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2561 ได้ผ่าน ความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561”

 

ปัจจุบัน ร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2561 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว      อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 

 

ถึงแม้จะยังพอมีความหวังเรื่องของการจัดการที่ดูเป็นรูปร่างมากขึ้น แต่แค่เพียงการรออย่างเดียวอาจจะไม่ทัน สำคัญที่สุดคือต้องเริ่มจากคนในชุมชนเองที่ควรรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังเข้าใกล้ชีวิตเข้ามาทุกที

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.