More
    Wednesday, May 22, 2024
    Home สารคดี สารคดีอยู่ดีมีแฮง

    สารคดีอยู่ดีมีแฮง

    “ในน้ำมีปลา ในหมู่บ้านคำครตา มีปลาส้มอินทรีย์”

    ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งลงแขกกันจับปลาอย่างพร้อมเพรียง ด้วยท่าทางการเหวี่ยงแห่ที่คล่องแคล่ว เพียงไม่นานแหก็เต็มไปด้วยปลาตะเพียบนับสิบตัว ขนาดกำลังดี พร้อมจะแปรรูปเป็นอาหารยอดนิยม “เราเลี้ยงเองได้ แล้วทำไมจะแปรรูปเองไม่ได้” เสียงจากชายคนหนึ่งที่เป็นผู้นำชุมชนบ้านคำครตา อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร บอกเล่าถึงแหล่งวัตถุดิบของตน ชุมชนแห่งนี้เคยคลุกคลีกับการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม แต่ไม่ยอมจำนนให้กับสารเคมีเหล่านั้น ลุกขึ้นยืนหยัดกันได้ด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน กลายเป็นเรื่องราวการเดินทางของ ‘ปลาส้มอินทรีย์’ จากแหล่งวัตถุดิบชั้นดีสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ   เริ่มต้นจากพาราควอตเจ้าปัญหา พาราควอต กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในช่วงนี้ เมื่อมีการเสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช “พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต” โดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช...

    เกษตรกรรมทางเลือก ทางออกของเกษตรกร

    การทำเกษตรในอดีตที่ผ่านมานั้น ผู้คนที่ทำอาชีพเป็นเกษตรกร ย่อมได้รับการปลูกฝังว่า ถ้าหากปลูกพืชได้ผลผลิตมากจะนำพาเงินทองให้ไหลมาเทมาอย่างล้นหลาม  นั่นหมายความว่า หากต้องการทำไร่ทำนา เกี่ยวกับการเกษตรให้ได้ผลผลิตอย่างมากถึงที่สุดคงหนีไม่พ้นการใช้ปุ๋ยเคมี เช่นเดียวกับวิถีชีวิตเรา ที่มีคนเคยนิยามเอาไว้ ให้ตัวเราเดินไปบนเส้นแบบนี้ และความสำเร็จจะรอเราอยู่ปลายทาง แต่ในขณะเดียวกันหลายคนอาจรู้สึกว่ายิ่งเดินไปบนเส้นทางนี้เท่าไหร่ก็ไม่ถึงปลายทางสักที  และยิ่งทำให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและสุขภาพยังเสียอีกด้วย ในปัจจุบันมีแนวคิดเรื่องเกษตรทางเลือกเข้ามา เป็นการทำเกษตรที่ปราศจากการใช้สารเคมี เน้นการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ซึ่งใช้ธรรมชาติควบคุมไปในตัว  โดยเกษตรทางเลือกมีเป้าหมายในการผลิตอาหารเพื่อดำรงชีวิตมากกว่าการผลิตเพื่อส่งขาย หากเริ่มปลูกพืชที่ปราศจากสารเคมีแรกๆอาจจะยังได้ผลผลิตน้อย  แต่ในอนาคตจะได้รับผลตอบแทนคือ สุขภาพดีทั้งทางร่างกายรวมไปถึงสุขภาพจิตก็ดีตามไปด้วย  เกษตรกรสามารถบริโภคอาหารที่ปลอดสารเคมีตกค้างได้อย่างมั่นใจและอาจจะสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้อีกทาง จุดเริ่มต้นของการทำเกษตรทางเลือก ณ บริเวณบ้านที่เต็มไปด้วยพืชผลทางการเกษตรหลากหลายอย่าง ทำให้บริเวณบ้านดูร่มรื่นสบายตาเพราะเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้  เป็นการทำเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีของนายสมควร...

    ‘มันแกวบรบือ’ ในลมฝนแห่งความเปลี่ยนแปลง

    แผงขายมันแกวที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทางของถนนสายบ้านไผ่-บรบือ เป็นที่คุ้นตาของผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ มีแผงขายมันแกวมากกว่า 50 แผง แต่ในช่วงเทศกาลจะมีมากถึง150 แผง จำนวนแผงที่มากขนาดนี้ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมอาชีพขายมันแกวจึงเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ของคนในพื้นที่มาได้อย่างยาวนาน “มันแกวมาเหลือ เกลือใต้ดินมากมี ผ้าไหมดีมากค่า งามสง่าสวนหนองบ่อ ศักดิ์สิทธิ์พ่อปู่จุมคำ รสหวานล้ำแตงโม” คำขวัญของอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ยืนยันได้อย่างดีว่า อำเภอแห่งนี้มีพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างมันแกวเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น เห็นได้จากพื้นที่มากกว่า 2,500 ไร่ เป็นแปลงปลูกมันแกว สร้างอาชีพหล่อเลี้ยงผู้คนมานานกว่า 40...

    “หมู่บ้านผาชัน” มหานทีแห่งชีวิตริมโขง

    มีเหตุผลมากมายให้เราออกเดินทาง ออกไปดูความงดงามของธรรมชาติ ออกไปเรียนวิชานอกห้องเรียนที่ตัวเองไม่เคยรู้และไม่เคยสัมผัสมาก่อน หรือออกไปสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตเสมือนการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวของคนที่ต่างวิถี และการมีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยมิตรภาพที่มีความหมาย “ผาชัน” หมู่บ้านที่ผู้คนต่างร่ำลือกันว่าชาวบ้านตั้งแต่บรรพบุรุษมีวิถีชีวิตที่ปักหลักอยู่ตามริมแม่น้ำโขง ข้อมูลที่น่าประหลาดใจนี้นำพาให้เราออกเดินทางมาที่อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี  จุดมุ่งหมายคือการทำความรู้จักผ่านวิถีผู้คนเหล่านั้น แน่นอนว่าเรากลับมาพร้อมกับบันทึกการเดินทางที่มีเรื่องเล่าสนุกๆไม่ต่างจากบันทึกการเดินทางทั่วไป ต่างกันนิดหน่อยตรงที่มันเป็นการเดินทางที่ไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องตัวเอง แต่พูดถึงกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นและประเพณีที่ยังคงดำรงไว้ นับเป็นการเดินทางออกไปข้างนอก แต่ให้ความหมายข้างในที่มีเรื่องราวสวยงามซ่อนอยู่ จากถนนใหญ่ รถกระบะนำทางเราเข้าสู่อ้อมกอดของต้นไม้ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ตลอดสองข้างทางก่อนเข้าหมู่บ้านผาชัน เราจะเห็นต้นไม้ที่มีใบไม้ร่วงหล่นสีน้ำตาลเหลืองแซมสลับกับหญ้าแห้ง แสดงให้เห็นถึงฤดูกาลแห้งแล้งที่กำลังมาเยือนของหมู่บ้านแห่งนี้ เสน่ห์บ้านเรือนของผู้คนแถบริมโขงมักจะมีใต้ถุน และมีเอกลักษณ์แบบไทยโบราณ การได้มาเยี่ยมชมหมู่บ้านผาชัน...

    ข้าวโพดเงินล้านบนทางหลวงหมายเลข12

    ไม้ไผ่ที่ถูกเหลาให้เรียวเล็กกระชับจับถนัดมือปลายผูกด้วยถุงพลาสติกคล้ายพู่ ถูกโบกสะบัดบนทางหลวงหมายเลข 12 เพื่อเชื้อเชิญผู้สัญจรผ่านไปมาให้ลิ้มลองรสข้าวโพดพันธุ์ข้าวเหนียวอันขึ้นชื่อของชาวบ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เราก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกสะกดด้วยปลายพู่ที่โบกสะบัดขึ้น-ลง “เอาข้าวโพดแบบได๋ดีจ้า” เสียงทักทายด้วยสำเนียงอีสานจากหญิงวัยกลางคนปลุกให้เราตื่นจากภวังค์ ภาพเบื้องหน้าคือรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรจากแม่ค้าขายข้าวโพด เราตัดสินใจสั่งข้าวโพดเพื่อลองลิ้มรส แม่ค้าเจ้าของรอยยิ้มจัดแจงเอาข้าวโพดลงถุงอย่างทะมัดทะแมง ระหว่างนั้นเราก็พูดคุยถามไถ่กัน ว่าเหตุใดจึงเป็นของขึ้นชื่อ คุณป้าไม่รอช้ารีบเล่าให้ฟังถึงที่มาของข้าวโพดประจำหมู่บ้านแห่งนี้ การจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกข้าวโพดบ้านหนองบัวเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2541 เพื่อจัดระเบียบและดูแลสมาชิกในกลุ่มได้อย่างทั่วถึง ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 76 ครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวโพดของสมาชิกในกลุ่มคิดเป็นจำนวน 385 ไร่ แต่จำนวนการปลูกข้าวโพดจริง...

    ข่าวน่าสนใจอื่นๆ

    เทศกาลงานไหลมหาสารคาม ตอน ไหล สาด แฉะ

    ชมรมผู้ใหญ่บ้านท่าขอนยางและสิงห์ท่าขอนร่วมกับ small loft เชิญร่วมงาน เทศกาลงานไหลมหาสารคาม ประจำปี 2560 ตอน ไหล สาด แฉะ วันที่ 28 เมษายน 2560 ณ หน้าป้ายมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ใหม่)  ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ  ปาร์ตี้โฟม,แสงสีเสียง,บูทเครื่องดื่มและยังมีคอนเสิร์ตให้ชมจากศิลปินคนดัง เช่น SOMKIAT, DJ...

    ‘ตู้คีบตุ๊กตา’ เส้นบางๆ ระหว่างถูกและผิดกฎหมาย

    การเสี่ยงโชคเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ขอให้มีการพนันไว้หน่อยพอเป็นสีสัน ไม่ได้จริงจังแค่เล่นกันสนุกๆ แต่การเสี่ยงโชคคือการพนันถ้ามีการได้ประโยชน์และเสียผลประโยชน์ ในส่วนของตู้คีบตุ๊กตานั้นยังคงมีการถกเถียงกันอยู่ว่าจะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหายหรือไม่ แต่ถ้าว่ากันตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 จะเข้าข่ายใกล้เคียงกับบัญชี ข ตามพระราชบัญญัติการพนันข้อที่ 28 ว่า “ เครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกล พลังไฟฟ้า พลังแสงสว่าง หรือพลังอื่นใดที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน...

    อำนาจของป้ายชื่อ กับรุ่นน้อง

      การรับน้อง เป็นกิจกรรมที่รุ่นพี่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับนักศึกษาเฟรชชี่ปี 1 ของทุก ๆ ปี ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมก่อนเปิดภาคเรียนเสมอ เพื่อต้องการทำให้นักศึกษาเฟรชชี่นั้นสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาใหม่กับรุ่นพี่ ให้สามารถอยู่ร่วมกันตลอด 4 ปี ในรั่วมหาวิทยาลัย เห็นได้ชัดจากการที่รุ่นพี่ให้รุ่นน้อง แขวนป้ายชื่อตัวเอง มาเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อบ่งบอกว่าตนเองนั้นมาจากคณะไหนตลอดทั้งภาคเรียนแรก ในมุมมองของแต่ละคนจึงเกิดการตั้งคำถามว่า ป้ายชื่อจำเป็นหรือไม่ อาจารย์ นิรันดร คำนุ ภาควิชาสังคมวิทยาและมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า “หากจะรับน้องอย่างสร้างสรรค์...