More
    Thursday, October 28, 2021
    Home สารคดี สารคดีอยู่ดีมีแฮง

    สารคดีอยู่ดีมีแฮง

    “ในน้ำมีปลา ในหมู่บ้านคำครตา มีปลาส้มอินทรีย์”

    ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งลงแขกกันจับปลาอย่างพร้อมเพรียง ด้วยท่าทางการเหวี่ยงแห่ที่คล่องแคล่ว เพียงไม่นานแหก็เต็มไปด้วยปลาตะเพียบนับสิบตัว ขนาดกำลังดี พร้อมจะแปรรูปเป็นอาหารยอดนิยม “เราเลี้ยงเองได้ แล้วทำไมจะแปรรูปเองไม่ได้” เสียงจากชายคนหนึ่งที่เป็นผู้นำชุมชนบ้านคำครตา อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร บอกเล่าถึงแหล่งวัตถุดิบของตน ชุมชนแห่งนี้เคยคลุกคลีกับการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม แต่ไม่ยอมจำนนให้กับสารเคมีเหล่านั้น ลุกขึ้นยืนหยัดกันได้ด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน กลายเป็นเรื่องราวการเดินทางของ ‘ปลาส้มอินทรีย์’ จากแหล่งวัตถุดิบชั้นดีสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ   เริ่มต้นจากพาราควอตเจ้าปัญหา พาราควอต กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันในช่วงนี้ เมื่อมีการเสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช “พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต” โดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช...

    เกษตรกรรมทางเลือก ทางออกของเกษตรกร

    การทำเกษตรในอดีตที่ผ่านมานั้น ผู้คนที่ทำอาชีพเป็นเกษตรกร ย่อมได้รับการปลูกฝังว่า ถ้าหากปลูกพืชได้ผลผลิตมากจะนำพาเงินทองให้ไหลมาเทมาอย่างล้นหลาม  นั่นหมายความว่า หากต้องการทำไร่ทำนา เกี่ยวกับการเกษตรให้ได้ผลผลิตอย่างมากถึงที่สุดคงหนีไม่พ้นการใช้ปุ๋ยเคมี เช่นเดียวกับวิถีชีวิตเรา ที่มีคนเคยนิยามเอาไว้ ให้ตัวเราเดินไปบนเส้นแบบนี้ และความสำเร็จจะรอเราอยู่ปลายทาง แต่ในขณะเดียวกันหลายคนอาจรู้สึกว่ายิ่งเดินไปบนเส้นทางนี้เท่าไหร่ก็ไม่ถึงปลายทางสักที  และยิ่งทำให้เกิดหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและสุขภาพยังเสียอีกด้วย ในปัจจุบันมีแนวคิดเรื่องเกษตรทางเลือกเข้ามา เป็นการทำเกษตรที่ปราศจากการใช้สารเคมี เน้นการใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ซึ่งใช้ธรรมชาติควบคุมไปในตัว  โดยเกษตรทางเลือกมีเป้าหมายในการผลิตอาหารเพื่อดำรงชีวิตมากกว่าการผลิตเพื่อส่งขาย หากเริ่มปลูกพืชที่ปราศจากสารเคมีแรกๆอาจจะยังได้ผลผลิตน้อย  แต่ในอนาคตจะได้รับผลตอบแทนคือ สุขภาพดีทั้งทางร่างกายรวมไปถึงสุขภาพจิตก็ดีตามไปด้วย  เกษตรกรสามารถบริโภคอาหารที่ปลอดสารเคมีตกค้างได้อย่างมั่นใจและอาจจะสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้อีกทาง จุดเริ่มต้นของการทำเกษตรทางเลือก ณ บริเวณบ้านที่เต็มไปด้วยพืชผลทางการเกษตรหลากหลายอย่าง ทำให้บริเวณบ้านดูร่มรื่นสบายตาเพราะเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้  เป็นการทำเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีของนายสมควร...

    ‘มันแกวบรบือ’ ในลมฝนแห่งความเปลี่ยนแปลง

    แผงขายมันแกวที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทางของถนนสายบ้านไผ่-บรบือ เป็นที่คุ้นตาของผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ มีแผงขายมันแกวมากกว่า 50 แผง แต่ในช่วงเทศกาลจะมีมากถึง150 แผง จำนวนแผงที่มากขนาดนี้ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมอาชีพขายมันแกวจึงเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ของคนในพื้นที่มาได้อย่างยาวนาน “มันแกวมาเหลือ เกลือใต้ดินมากมี ผ้าไหมดีมากค่า งามสง่าสวนหนองบ่อ ศักดิ์สิทธิ์พ่อปู่จุมคำ รสหวานล้ำแตงโม” คำขวัญของอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ยืนยันได้อย่างดีว่า อำเภอแห่งนี้มีพืชเศรษฐกิจสำคัญอย่างมันแกวเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น เห็นได้จากพื้นที่มากกว่า 2,500 ไร่ เป็นแปลงปลูกมันแกว สร้างอาชีพหล่อเลี้ยงผู้คนมานานกว่า 40...

    “หมู่บ้านผาชัน” มหานทีแห่งชีวิตริมโขง

    มีเหตุผลมากมายให้เราออกเดินทาง ออกไปดูความงดงามของธรรมชาติ ออกไปเรียนวิชานอกห้องเรียนที่ตัวเองไม่เคยรู้และไม่เคยสัมผัสมาก่อน หรือออกไปสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตเสมือนการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวของคนที่ต่างวิถี และการมีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยมิตรภาพที่มีความหมาย “ผาชัน” หมู่บ้านที่ผู้คนต่างร่ำลือกันว่าชาวบ้านตั้งแต่บรรพบุรุษมีวิถีชีวิตที่ปักหลักอยู่ตามริมแม่น้ำโขง ข้อมูลที่น่าประหลาดใจนี้นำพาให้เราออกเดินทางมาที่อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี  จุดมุ่งหมายคือการทำความรู้จักผ่านวิถีผู้คนเหล่านั้น แน่นอนว่าเรากลับมาพร้อมกับบันทึกการเดินทางที่มีเรื่องเล่าสนุกๆไม่ต่างจากบันทึกการเดินทางทั่วไป ต่างกันนิดหน่อยตรงที่มันเป็นการเดินทางที่ไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องตัวเอง แต่พูดถึงกลุ่มคนที่มีวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นและประเพณีที่ยังคงดำรงไว้ นับเป็นการเดินทางออกไปข้างนอก แต่ให้ความหมายข้างในที่มีเรื่องราวสวยงามซ่อนอยู่ จากถนนใหญ่ รถกระบะนำทางเราเข้าสู่อ้อมกอดของต้นไม้ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ตลอดสองข้างทางก่อนเข้าหมู่บ้านผาชัน เราจะเห็นต้นไม้ที่มีใบไม้ร่วงหล่นสีน้ำตาลเหลืองแซมสลับกับหญ้าแห้ง แสดงให้เห็นถึงฤดูกาลแห้งแล้งที่กำลังมาเยือนของหมู่บ้านแห่งนี้ เสน่ห์บ้านเรือนของผู้คนแถบริมโขงมักจะมีใต้ถุน และมีเอกลักษณ์แบบไทยโบราณ การได้มาเยี่ยมชมหมู่บ้านผาชัน...

    ข้าวโพดเงินล้านบนทางหลวงหมายเลข12

    ไม้ไผ่ที่ถูกเหลาให้เรียวเล็กกระชับจับถนัดมือปลายผูกด้วยถุงพลาสติกคล้ายพู่ ถูกโบกสะบัดบนทางหลวงหมายเลข 12 เพื่อเชื้อเชิญผู้สัญจรผ่านไปมาให้ลิ้มลองรสข้าวโพดพันธุ์ข้าวเหนียวอันขึ้นชื่อของชาวบ้านหนองบัว ต.หนองบัว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เราก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกสะกดด้วยปลายพู่ที่โบกสะบัดขึ้น-ลง “เอาข้าวโพดแบบได๋ดีจ้า” เสียงทักทายด้วยสำเนียงอีสานจากหญิงวัยกลางคนปลุกให้เราตื่นจากภวังค์ ภาพเบื้องหน้าคือรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรจากแม่ค้าขายข้าวโพด เราตัดสินใจสั่งข้าวโพดเพื่อลองลิ้มรส แม่ค้าเจ้าของรอยยิ้มจัดแจงเอาข้าวโพดลงถุงอย่างทะมัดทะแมง ระหว่างนั้นเราก็พูดคุยถามไถ่กัน ว่าเหตุใดจึงเป็นของขึ้นชื่อ คุณป้าไม่รอช้ารีบเล่าให้ฟังถึงที่มาของข้าวโพดประจำหมู่บ้านแห่งนี้ การจัดตั้งกลุ่มผู้ปลูกข้าวโพดบ้านหนองบัวเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2541 เพื่อจัดระเบียบและดูแลสมาชิกในกลุ่มได้อย่างทั่วถึง ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 76 ครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวโพดของสมาชิกในกลุ่มคิดเป็นจำนวน 385 ไร่ แต่จำนวนการปลูกข้าวโพดจริง...

    ข่าวน่าสนใจอื่นๆ

    คำชี้เเจงนายกเทศมนตรี ตำบลท่าขอนยางประเด็นก่อสร้างถนนบริเวณรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

    สืบเนื่องจากเทศบาลตำบลท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ได้ดำเนินโครงการ โดยว่าจ้างบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นผู้รับเหมาขูดหน้าถนนเดิมเพื่อทำการซ่อมบำรุงพื้นผิวถนนที่ชำรุด ช่วงระหว่างถนนท่าขอนยาง – มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จนทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองมีปริมาณมาก เป็นสาเหตุให้บดบังทัศนียภาพของผู้ใช้รถ ใช้ถนน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของนิสิต และประชาชนโดยรอบบริเวณชุมชนท่าขอนยาง และส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจต่อผู้ประกอบการสองฝั่งถนนเส้นนี้ จากปัญหาดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 เวลา 13.30 น. กลุ่มเครือข่ายนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้เข้าพบนายสมชาติ บุตราช นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าขอนยาง...

    นิสิต มมส โวยลิฟท์ตึก RN ค้างบ่อย สำนักศึกษาทั่วไปชี้เร่งแก้ไขปัญหา คาดอีก 2 ปีได้ลิฟท์ใหม่

    นิสิต มมส โวยปัญหาลิฟท์ที่อาคารราชนครินท์ (RN) ขัดข้องบ่อย ขณะที่สำนักศึกษาทั่วไปแจงลิฟท์มีการใช้งานหนัก และมีระยะเวลาการใช้งานยาวนาน เร่งจัดสรรงบประมาณจากมหาวิทยาลัยพื่อเปลี่ยนลิฟท์ คาดอีก 2 ปีได้ลิฟท์ใหม่ แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง นายภัทรวิทย์ บุญพรม นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องลิฟท์ที่อาคารราชนครินทร์ (RN) เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน ตั้งแต่รุ่นพี่รหัส 48-49 (ประมาณ พ.ศ.2548-2549)...

    นิสิต มมส กู้เงินนอกระบบ เจอดอกเบี้ยโหดร้อยละ 30

    ร้านรับฝากผุดรอบ มมส บางรายดอกเบี้ยสูงร้อยละ 30 นิสิตเผยยอมใช้บริการเพราะจำเป็น ยอมรับรู้ไม่เท่าทันเล่ห์กล นักวิชาการชี้เทคนิคการแบ่งเก็บดอกเบี้ยเป็น 3 ส่วน ครั้งละ 10 % เลี่ยงกฎหมาย ย้ำนิสิตควรอ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนกู้   กรณีลูกหนี้นิสิต มมส ที่หันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบจากร้านรับฝากแห่งหนึ่งย่านท่าขอนยาง โดนผู้ประกอบการปล่อยเงินกู้เรียกดอกเบี้ยโหดร้อยละ 30 ต่อเดือน เกินกว่าที่กฎหมายได้กำหนดไว้ และมีการทำสัญญาที่ไม่โปร่งใสพร้อมกับวิธีเก็บดอกเบี้ยที่ซับซ้อน ผิดทั้งกฎหมายแพ่งและอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ นายต่อ (นามสมมติ)...